ปิ่นโตไปเป็นแขก (ตอนที่ ๑)

Standard

ที่ว่าปิ่นโตไปเป็นแขกไม่ใช่ว่าแปลงตัวทรงเครื่องแขกนะค่ะ แต่เป็นเรื่องที่ได้รับเชิญไปพิธีชาครั้งแรกในฐานะแขกของงาน  สามวันก่อนหน้าวันงานจำได้ว่าเป็นวันพุธที่ข้าพเจ้ามีเรียนทั้งวันมีโทรศัพท์เรียกเข้าทั้งวันและข้าพเจ้าก็ไม่ได้รับสายทั้งวันเช่นกันฮ่าๆ   พอจบวันข้าพเจ้าควักมือถือขึ้นมาเชคเรตติ้งจากจำนวน “สายที่ไม่ได้รับ” กว่ายี่สิบ พบว่ามีจากอาจารย์สี่สาย ข้าพเจ้ากุลีกุจอโทรศัพท์ไปหาอาจารย์อย่างรวดเร็วพลางคิดในใจว่ามีเหตุฉุกเฉิน SOS อะไรหรือไม่  พออาจารย์รับสายก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบด้วยน้ำเสียงเรียบๆเ(หมือนทุกที) ประดุจไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วทำไมต้องโทรมาถึงสี่สาย?!?!อาจารย์คงรีบมั๊ง ฮ่าๆๆ คือเสียงที่ข้าพเจ้าพูดในใจ  แต่แล้วอาจารย์ก็เปลี่ยนให้อาจารย์หญิงมาคุยกับข้าพเจ้า อาจารย์หญิงบอกว่าให้ใส่กระโปรงยาว เสื้อสุภาพสีสว่างๆ ไปในวันพิธีชา…

นั่นคือใจความทั้งหมดที่ข้าพเจ้าพอจะจับได้ ข้าพเจ้าก็บอกว่า ไม่ต้องเป็นห่วงคะ  เนื่องจากข้าพเจ้าชอบแฟชั่นคุณยายชุดแบบนั้นจึงมีอยู่เต็มบ้าน  พอข้าพเจ้ากลับถึงบ้านเพื่อไม่ให้อาจารย์และภรรยาเป็นห่วงเรื่องการแต่งตัว  ข้าพเจ้าจึง ถ่ายรูปเสื้อสุภาพ และกระโปรงส่งไปเหมือนเป็นแคตตาล็อกเลือกเสื้อผ้า  เล่นทำอาจารย์ขำไปเลยทีเดียว  อาจารย์ก็เลือกให้ข้าพเจ้าเป็นเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อน กระโปรงพลีทยาวถึงใต้เข่าสีกรมท่า  กว่าจะไปเป็นแขกในพิธีชาได้นี่.ต้องจัด costume ด้วยนะ สุดยอดเลยทีเดียว

 

พอถึงวันพิธีชา ข้าพเจ้าและท่านชายเดินทางมาที่บ้านอาจารย์เพื่อต่อรถบัสที่จ้างไปยังที่จัดพิธีชาอาจารย์ใส่ชุดสูทสีกรมท่า เสื้อเชิ้ตสีขาวรองเท้าหนังสีดำ ส่วนภรรยาอาจารย์ คุณป้าอาจารย์คนอื่นๆใส่ชุดกิโมโน  คนผมยาวก็เกล้าผม คนผมสั้นก็ตีโป่งทำให้ผมดูโป่งๆตามสไตล์แฟชั่นคนแก่แต่งหน้าเบาๆพอไม่ให้ดูซีด จัดเต็มกันมาทั้งคันรถและหนึ่งในนั้นก็มีลูกศิษย์สาวชาวเกาหลี (ไม่ได้ใส่ฮันบกน่ะ 555)ใส่เสื้อสีชมพู กระโปรงสีครีม ใส่จี้กระจุ๋มกระจิ๋มรองเท้าส้นสูงในระดับที่ดูสุภาพ …. ส่วนข้าพเจ้าน่ะหรอ ตกรอบไปเลยล่ะ หน้าตาไม่ได้แต่ง ใส่รองเท้าสีดำแบบ flat shoes ของMUJI เท่านั้นเอง ข้าพเจ้านั่งรถไปกึ่งหลับกึ่งตื่นทันใดนั้น อาจารย์ก็ยืนขึ้นจากที่นั่ง กล่าวสวัสดีทุกคนพร้อมเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพิธีชาที่ข้าพเจ้ากำลังจะมุ่งหน้าไปเข้าร่วม เท่าที่ท่านชายแปลให้ข้าพเจ้าอาจารย์บอกว่า พิธีชานี้ เป็นพิธีชาที่ค่อนข้างจะเจอได้ยาก เป็นสายที่เป็นที่แยกจากสายโอริเบะมีผู้สืบอยู่น้อยคน จริงๆแล้ว อาจารย์เล่าเรื่องเกี่ยวกับประวัติสายนี้ให้ฟังด้วยแต่ข้าพเจ้าฟังไม่ค่อยออก ขาดๆ เกินๆ เป็นว่ามันหาดูได้ยาก

พอมาถึงที่จัดงาน อาจารย์ก็พามาลงทะเบียนรับตั๋ว โดยงานวันนี้แบ่งออกเป็นสี่ช่วงด้วยกันก็คือ

๑. พิธีชาข้น

๒. รับประทานอาหารเที่ยง (อาหารกล่อง)

๓. ชมพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา

๔. พิธีชาบาง

 

เขียนมาซะยืดยาว กะลังจะเข้าไคลแม็ค ขอตัดเรื่องพิธีชาข้นไว้ตอนต่อไป  อย่าลืมติดตามให้กำลังใจปิ่นโตตอนต่อไป  ปิ่นโตจะสู้ต่อไปค่ะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s