ไป๋กูต้าซาน อูหลง

Standard

ไป๋กูต้าซาน อูหลง ปีนี้ไปได้ชาอูหลง (ชากึ่งหมัก) ที่ทำปลูกที่ไป๋กูต้าซาน(白姑大山) จากไต้หวัน  บังเอิญได้คุยกับคนทำชาซึ่งทุกครั้งที่มีโอกาสคุยกับคนทำชา เรามักจะได้มุมมองอะไรใหม่ๆเสมอเพราะในฐานะคนทำชาและคนชงชาที่ไม่ได้ทำชา เรามักจะเห็นชาจากคนละมุม  จึงถือโอกาสบันทึกไว้เล่าสู่กันฟัง

 

ไป๋กูต้าซานนี้ เป็นเขาสูงที่อยู่ในแนวเทือกเขาเสวียซาน (雪山)ชาที่ได้จากบริเวณไป๋กูต้าซานนี้ ถือว่าเป็นชาอูหลงเขาสูงหรือเกาซานอูหลง (高山烏龍)  ชาไต้หวันที่จะจัดว่าเป็นชาอูหลงเขาสูงได้นั้นจะต้องเป็นชาที่ปลูกที่ความสูงตั้งแต่๑,๐๐๐ เมตรขึ้นไป จนกระทั่งความสูงที่สุดที่ปลูกกันอยู่ที่ราว ๒,๖๐๐ เมตร   พื้นที่ปลูกชาอูหลงเขาสูงใหญ่ๆได้แก่ หลีซาน,ซานหลินซี, ลู่กู, อาลีซาน, ต้งติ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าชาทุกตัวที่ปลูกจากแหล่งที่ว่าจะเป็นอูหลงเขาสูงได้ทั้งหมดเพราะในพื้นที่เดียวกันก็มีความสูงแตกต่างกันไป บางบริเวณสูงกว่า ๑ พันเมตร บ้างก็ต่ำกว่า

 

 

ในบริเวณหลีซาน แปลตามตัวว่า ภูเขาแพร์ (ที่เป็นชื่อผลไม้)เป็นพื้นที่ปลูกชาอูหลงเขาสูงที่มีชื่อเสียงรู้จักกันดี เดิมเคยเป็นพื้นที่ปลูกลูกแพร์  กระทั่งแพร์ราคาตกต่ำจึงเปลี่ยนมาปลูกชาที่มีราคาสูงแทน  ในบริเวณหลีซานปลูกชากันตั้งแต่ความสูงราว๑,๕๐๐ เมตร ขึ้นไปจนถึง ๒,๖๐๐ เมตร บางครั้งชาที่ได้จากบริเวณนี้ก็เรียกชื่อชาแยกตามบริเวณที่ปลูกย่อยๆเพื่อระบุให้รู้แหล่งปลูกเช่น ชาต้าหยูหลิ่ง, ชาฝูโซ่วซาน เป็นต้น

ขอวกกลับมาที่ชาอูหลงเบอร์ ๑ ไป๋กูต้าซาน ที่ได้มีโอกาสคุยกับคนปลูก ชาตัวนี้ปลูกที่ความสูง๒,๓๐๐ เมตร ใช้พันธุ์ชา อูหลง เบอร์ ๑ ซึ่งเป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ชาชิงซินต้าพั่ง(青心大冇) และชาอัสสัมใบใหม่พันธุ์ Kyang  ชาพันธุ์นี้นิยมใช้ทำทั้งชาแดงและชากึ่งหมัก  ที่เรียก อูหลงเบอร์ ๑ ก็เป็นการเรียกล้อตามอูหลงเบอร์ ๑๒ เบอร์ ๑๓ ที่คนไทยคุ้นหูกัน ที่จริงเมื่อมันเป็นสายพันธุ์ชาผสมถ้าให้ถูกตามชื่อตั้งต้นควรเรียก “ชาไต้หวัน๑”  เนื่องจากผสมขึ้นในปีคศ.๑๙๖๙ โดยสถาบันวิจัยชาที่ไต้หวันและเป็นผู้ตั้งชื่อสายพันธุ์ชานี้ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า TTES#1 เป็นตัวย่อมาจากTaiwan Tea Experiment Station ทำนองเดียวกับที่ กรมการข้าว ตั้งชื่อข้าวพันธุ์ต่างๆที่ผสมขึ้นเช่น กข๑, กข๒

ไร่ชา ณ ไป๋กูต้าซานไร่ชา ณ ไป๋กูต้าซานต้นชาไต้หวัน ๑ต้นชาไต้หวัน ๑ต้นชาที่ถูกน้ำแข็งจับกลางฤดูหนาวต้นชาที่ถูกน้ำแข็งจับกลางฤดูหนาว

บริเวณไป๋กูต้าชานสามารถผลิตชาได้ปีละสี่ครั้งได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และชาที่ถูกหิมะจับแช่แข็ง ปลูกกันในสิ่งแวดล้อมที่ปราศจากยาฆ่าแมลง  ใบชาที่เก็บเพื่อทำชากึ่งหมัก (ชาอูหลง) จะเก็บตั้งแต่ยอดลงไปถึงใบที่๔ แตกต่างจากชาทั่วไปที่เรามักเห็นว่าเก็บกันแค่หนึ่งยอด ๒ ใบที่เขาเก็บกันไปจนถึง ๔ ใบคนทำชาเล่าว่า เพราะเป็นชาที่ขึ้นบนเขาสูงแม้แต่ใบที่ ๔ก็ยังมีลักษณะเป็นใบอ่อน และการเก็บลงไปถึงใบที่ ๔จะทำให้ติดก้านที่ยาวซึ่งจะให้ความหวานในเนื้อชาและให้น้ำชาที่เนื้อมีน้ำหนักมากขึ้น  หากเป็นชาที่ปลูกบนพื้นราบใบชาจากใบที่สองลงไปก็จะเริ่มเป็นใบแก่  ถ้าเก็บใบแก่มาทำชาจะได้ชาที่ฝาดซึ่งเป็นรสที่ไม่พึงประสงค์   ชาที่เก็บในช่วงฤดูหนาวใบจะหนาเป็นพิเศษ และมีกลิ่นหอมฟุ้งมาก

 

ชาไป๋กูต้าชานที่ทำเป็นชาอูหลงในปัจจุบันนิยมหมักน้อยๆเพื่อเน้นขับกลิ่นหอมของดอกไม้ ใช้เวลาในการทำชาประมาณ ๔๘ ชั่วโมง ชาที่ชงออกมามีเนื้อที่เบาใส ให้กลิ่นหอมดอกไม้ล่องลอย แทรกด้วยกลิ่นของมะพร้าวอ่อน กะทิ ใบเตย เนื้อสัมผัสสุภาพนุ่มนวล  ความหอมเนิบนาบทิ้งค้างในปากเนิ่นนาน  ชงแช่ได้โดยไม่มีรสฝาด  และชงได้ทนกว่าหากเทียบกับชาที่ปลูกในที่ราบซึ่งมักมีรสฝาดจัดจ้านกว่าและชงจืดเร็ว  แม้ชาจะเป็นชาที่มีบุคลิกอย่างชาไต้หวันซึ่งมักจะมีความกลมกลืนของกลิ่นรส และอมหวาน แต่บุคลิกที่ว่านี้ก็มักจะทำให้เกิดอาการเลี่ยนเมื่อดื่มชาต่อเนื่องกันในปริมาณมาก หากแต่ช่างที่นี่มีความสามารถอย่างยิ่งที่จะทำให้บุคลิกดังกล่าวไม่กลมหวานจนเลี่ยน และลงตัวได้อย่างน่าชื่นชม ซึ่งหาได้ไม่ง่ายในชาสไตล์ไต้หวัน

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s