ปิ่นโตไปเรียนชาวันที่สาม

Standard

ในวันที่สามของการเรียนชานั้นบอกเลยว่าเหนื่อยมาก แต่ก็คุ้มมากเช่นกัน วันนั้นเป็นตอนเที่ยงวันที่ข้าพเจ้าพร้อมด้วยท่านชายกระหืดกระหอบไปที่บ้านอาจารย์เพราะท่านชายโปรดบรรทมจนไปสาย ด้วยอากาศที่ร้อนราวเตาอบรังสียูวีที่ระดมยิงใส่ราวคลื่นความร้อนในเตาไมโครเวฟ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าเกือบจะเป็นละลายรวมไปกับยางมะตอยบนพื้นถนน พอถึงบ้านอาจารย์ไอเย็นสดชื่นของเครื่องปรับอากาศที่ลอยออกมาดึงดูดให้ข้าพเจ้ารีบโจนเข้าในบ้านแต่อีกทางกลิ่นเครื่องหอมซึ่งข้าพเจ้ารังเกียจกลับยื่นฝ่าเท้ามายันยอดอกข้าพเจ้าไว้ไม่ให้เดินเข้าไป ยอมถูกกระทืบยอดอกตอนนี้ย่อมดีกว่าหลอมเหลวอยู่นอกบ้าน

เมื่อกล่าวทักทายอาจารย์แล้วข้าพเจ้าก็พักเป็นสุนัขหอบแดดส่วนคุณชายเดินเข้าไปสอดส่องในครัวว่า อาจารย์ทำอาหารอะไรปรากฏว่าเป็นแกงกระหรี่  ข้าพเจ้าคิดในใจแต่ดังจนแทบหลุดมานอกใจว่า“ว้าวๆๆๆๆจะได้กินแกงกะหรี่อาจารย์ ตื่นเต้นๆๆต้องอร่อยมากแน่ๆเลย”

และแล้วคุณชายและอาจารย์ก็มานั่งใกล้ๆอาจารย์บอกว่า วันนี้จะให้ทำทงจิรุ ซุปมิโซะใส่เนื้อหมูและโกโบที่ข้าพเจ้ากินตอนที่แล้วแอบดีใจว่า วันนี้ได้เล่นครัวบ้านอาจารย์แล้ว ฮ่าๆๆ

แล้วอาจารย์ก็ถามด้วยน้ำเสียงฟังดูเป็นห่วงว่า“ทานข้าวเที่ยงมารึยัง”  ข้าพเจ้าตื่นเต้นมากเลย ดีใจจะได้กินแกงกะหรี่ ความหิวพุ่งปรี๊ดสุดสเกลเลย   แต่แล้วอาจารย์ก็บอกว่า เดี๋ยวก่อนนะ ออกไปช่วยตัดพุ่มไม้กวาดใบไม้หน้าบ้านกันก่อนนะตัดเสร็จแล้วค่อยเข้ามากินข้าว  เพื่อแกงกะหรี่ข้าพเจ้าสู้ตาย

เมื่อเดินออกจากประตูบ้านไอความร้อนปะทะเข้าจังไล่ความเย็นสดชื้นเมื่อตะกี้ให้เหือดแห้งไปสิ้น

ห่างออกไปประมาณ1 เมตร พุ่มไม้ที่ยอดสูงประมาณ 2 เมตรจาก พาดเป็นแนวยาวเหมือนรั้วเข้าสู่ตัวบ้าน  ข้าพเจ้ารับมอบหมายให้กวาดใบไม้จากการตัดพุ่มไม้คุณชายและอาจารย์ตัดแต่งพุ่มไม้ ท่ามกลางแดดอันแสนร้อนจนขี้เกียจบรรยายข้าพเจ้าก็ได้แต่กวาด กวาด กวาดใบไม้ที่หล่นบนพื้น พลางคิดไปว่าเมื่อไหร่จะได้กินแกงกะหรี่นะ

อาจารย์และคุณชายก็สนุกกับการตัดพุ่มไม้อาจารย์ตัดได้สักพักก็เข้าบ้านเพราะมีแขกมา  เหลือแต่สองเกลอตัวเกรียม  คนนึงทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนพร้อมภาวนาถึงแกงกระหรี่ทุกลมหายใจอีกคนกำลังสนุกกับการแก้พุ่มไม้ที่ตัวเองตัดเบี้ยว หนึ่งชั่วโมงผ่านไปข้าพเจ้ากวาดเหมือนจะเสร็จคุณชายตัดแต่งพุ่มไม้เสร็จก็มาช่วยเก็บกวาดอาจารย์ก็หนีบวัตถุคล้ายเกียะออกมาจากบ้าน พร้อมตรวจคิวซีพุ่มไม้ที่คุณชายตัดไว้อาจารย์ทำหน้านิ่งเดินไปหยิบกรรไกรตัดพุ่มไม้ ตัดฉึบๆฉับๆ เศษกิ่งไม้ร่วงกราวพร้อมแกงกะหรี่ก็วิ่งหนีข้าพเจ้าไกลออกไปสักกิโลในขณะที่ข้าพเจ้าวิ่งกวดไม่ทันเพราะความหิวรังควาญหนัก

แล้วอาจารย์ก็เอาด้ามไม้กวาดแยงๆเข้าไปในพุ่มไม้รู้ไหมอะไรออกมา ใบไม้ออกมาเต็มเลย  พุทโถ่พุทถัง กาละมังแตก แกงกะหรี่วิ่งออกไปไกลอีกเท่าตัว  อาจารย์หันมาพูดด้วยน้ำเสียงขำๆแต่ใจความไม่ขำๆว่า “ไม่กวาดจากข้างบน กวาดแต่ข้างล่างเมื่อไหร่จะเสร็จใบไม้มันก็ร่วงลงมาเรื่อยๆ  ที่มหา’ลัยเค้าไม่ได้สอนหรอ”  ความเงิบกินจนข้าพเจ้าตัวแข็งทื่อรู้สึกเหมือนมีเขางอกยาวไปถึงเกาะฮาวาย  ข้าพเจ้าทำได้แค่ทำตาปริบๆก้มหัวกวาดไปพลางคิดถึงแกงกะหรี่…พอกวาดเสร็จ ข้าพเจ้าสรวลหัวเราะอย่างได้ใจถึงเวลาแกงกะหรี่แล้ว!!!!

แกงกะหรี่ของอาจารย์อร่อยมากๆทำให้ข้าพเจ้าล่องลอยแทบจะถอดวิญญาณขึ้นสวรรค์ ณ ตรงนั้นเลย ทั้งที่ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้ที่พิสมัยแกงกะหรี่เท่าใดนักโดยเฉพาะแกงที่ทำโดยชนชาติที่ไร้ความชำนาญของปรุงอาหารที่ผสมผสานเครื่องเทศซับซ้อนหลากหลายข้าพเจ้ารู้สึกว่าแกงกะหรี่ที่ถือเป็นค่าตอบแทนแรงงานเป็นค่าตอบแทนที่มีคุณค่ามากเสียกว่าค่าตอบแทนจากการเล่นจะเข้สิบนาทีหมื่นเยนเสียอีกแกงกะหรี่อันนี้ดูละม้ายแกงกะหรี่ญี่ปุ่นปกติแต่การปรุงรสนี่ไม่ญี่ปุ่นเลย เรียกว่า เป็นแบบตามอารมณ์อาจารย์ละกัน

หลังจากกวาดแกงกะหรี่ทั้งจานจุลงท้องน้อยๆอาจารย์ก็เรียกเข้าครัวให้ไปทำทงจิหรุ อาจารย์ยืนบอกขั้นตอนการทำ เริ่มจากให้เตรียมดาชิซึ่งเป็นน้ำซุปแบบฉบับญี่ปุ่นที่สกัดจากสาหร่ายคอมบุ อาจจะเพิ่มคัทสึโอะบุชิขูดฝอย (คัทสึโอะบุชิ คือปลาโอแถบที่เอามาต้ม เลาะกระดูกเอาแต่เนื้อมารมควัน อาศัยราช่วยบ่มจนแห้งแล้วตากจนแห้งสนิท มีลักษณะเหมือนท่อนไม้ แข็งมาก เมื่อจะใช้จะนำไปขูดกับอุปกรณ์ที่คล้ายกบไสไม้ให้เป็นแผ่นบางๆ) ผัดหมูให้พอสุก ใส่โกโบลงผัดพอสุกแล้วถ่ายลงหม้อต้ม เติมน้ำดาชิที่เตรียมไว้ รอสักพักให้มันผสมกันดี แล้วค่อยละลายมิโสะลงไปในซุปที่ต้ม

ข้าพเจ้าผัดหมู ส่วนคุณชายต้มดาชิคุณชายเอื้อมมือไปคว้าสาหร่ายคอมบุอันที่แพงที่สุดในบ้านหักมาใช้ขนาดประมาณฝ่ามือส่วนคัทสึโอะบุชิก็เลือกแล้วเลือกอีก เอามาขูดๆดู แล้วก็เห็นบ่นว่าอันนี้สีก็หมองอันนั้นสีคล้ำไป ท้ายสุดก็เลือกแท่งที่ให้คัทสึโอะบุชิที่ขูดได้เป็นแผ่นบางสีชมพูระเรื่อมาใช้แถมหันมาบอกข้าพเจ้าว่า คัทสึโอะบุชิ เราใช้เฉพาะที่ขูดกันสดใหม่และมีสีชมพูระเรื่อดูมีชีวิตเท่านั้น พอข้าพเจ้าผัดหมูกับโกโบใกล้สุกดีอาจารย์ก็เดินเข้ามาตรวจคิวซีเหมือนที่ทำตามปกติอาจารย์เห็นคุณชายต้มดาชิแล้วก็ถามว่า “ต้มดาชิทำไม จะทำทงจิหรุนะเข้าใช้น้ำเปล่าก็พอแล้ว” คุณชายบอก “อาจารย์บอกให้ทำครับ” อาจารย์ก็ทำหน้างง “จริงหรอ” ข้าพเจ้าคิดในใจว่าจะถือหางคนไหนดีระหว่างอาจารย์และคุณชาย  วันนี้เลือกถือหางคุณชายแล้วกันไม่งั้นถ้าถูกอาจารย์ตำหนิคงจะน่าสงสาร ข้าพเจ้าจึงพยักหน้างึกงักทีว่าเป็นคำสั่งอาจารย์  ข้าพเจ้าคิดว่าอาจารย์คงเคยชินเพราะปกติจะเริ่มทำอาหารญี่ปุ่นเกือบทุกอย่างต้องเริ่มจากการเตรียมดาชิ

อาจารย์หัวเราะ แล้วก็ชะโงกมองดาชิในหม้อกล่าวต่อว่า “อะไรเนี่ย ทำไมใส่คอมบุเยอะขนาดนี้  มันจะหรูเกินไปแล้ว” ข้าพเจ้าคิดในใจเฉยๆไม่กล้าพูดออกไปว่ามันหรูสมฐานะของท่านชายแล้วค่ะ

เมื่อทงจิหรุได้ที่ข้าพเจ้ายกไปให้อาจารย์ชิม อาจารย์ปั้นหน้ายิ้มๆแล้วก็หัวเราะบอกว่า “มันเป็นซุปที่อร่อยมากนะแต่มันไม่ใช่ทงจิหรุ มันหรูเกินไป  ทงจิหรุเป็นอาหารชาวบ้านพื้นๆ ใช้กลิ่นของผักที่ถูกผัดกับไขมันหมูจนมีกลิ่นหอมแน่นๆกับรสของมิโซะเป็นหลักเขาไม่ต้องการรสละเมียดหรูเริดที่ต้องใช้คมบุดีๆ” ข้าพเจ้าแอบหัวเราะความหรูเริดตลอดของท่านชายอาหารชาวบ้านพื้นๆไม่เหมาะกับมือของท่านชายจริงๆ แต่ก็ถือว่ารอดตายจากภารกิจทำทงจิหรุของอาจารย์ละกัน

ไม่นานก็มีคุณป้าเข้ามาในห้องครัว ผมสั้น หน้าตาน่ารักใส่แว่นใส่เหล็กดัดฟัน คุณป้าเป็นครูสอนทำอาหารญี่ปุ่นที่มาเรียนกับอาจารย์  คุณป้าหยิบผักที่ดูสดและน่าทานมากมาหั่นทำสลัด  ข้าพเจ้าเริ่มคิด เอ้ะเราทำซุปให้คนระดับนี้ทานหรอ ไม่นะๆๆ มืดมนเลยและไม่นานภรรยาของอาจารย์ก็เดินเข้ามาในครัว มาต้มไข่ บอกว่า เย็นนี้มีหมูชาชู ปกติหมูชาชูมักจะทานกับไข่ต้มที่ไข่แดงเป็นยางมะตูมใช้เวลาต้ม5 นาที พออาหารทุกอย่างเสร็จ

พออาหารทุกอย่างพร้อม ข้าพเจ้าเข้ามาให้ห้องนั่งพักที่มีโต๊ะอาหารในห้องพบคุณป้าที่มาเรียนกับอาจารย์ คุณป้าอีกคนหัวเราะแทบตลอดเวลาตัวเตี้ยที่สุดในกลุ่ม ผมซอยสั้น ทาปากสีค่อนข้างจัด หน้าขาวๆ  อีกคนเป็นคุณป้าที่เป็นอาจารย์ชาฝั่งเซนฉะแลดูเป็นผู้ดี๊ผู้ดี เสียงนุ่มๆ พูดเบาๆ ผมlayeredbob หน้ากลมแต่งหน้าบางๆ

หลังจากที่เราเสิร์ฟอาหารเสร็จ(ตอนแรกเริ่มด้วยหมูชาชูสลัดไข่ต้ม)ทุกคนเริ่มทานข้าพเจ้าเอาแต่ทานทานทานไม่สนใจบทสนทนาใดๆพลางคิดไปว่าจะมีงานไหนไหมที่ให้ค่าตอบแทนที่แสนสวยงาม(ฟิน)ขนาดนี้ต่อให้ได้เงินมามากมายก็ไม่สามารถนำมาซึ่งความสุขที่เรียบง่ายและงดงามแบบนี้ได้ พออาหารชุดแรกเริ่มหมดเราก็เริ่มนำแกงกะหรี่ราดข้าวที่อาจารย์ทำมาเสิร์ฟ แล้วก็ตามด้วยทงจิหรุที่เราทำทุกคนเอ่ยปากชมว่าเป็นซุปที่อร่อย แต่ไม่ใช่ทงจิหรุ 55555 (ทานได้ก็ผ่านละ5555)

พอเราทานอาหารกันเสร็จ คุณป้าอาจารย์เซนฉะก็ชงเซนชะให้ดื่มบอกวิธีชงด้วย แต่ตอนนั้นข้าพเจ้าฟังไม่ค่อยออกเพราะเหนื่อยมากจะหลับต้องไปถามคุณชาย แต่ที่รู้ๆก็คือ อร่อยมากรสเกือบจะเป็นเกียวกุโระอยู่แต่มีกลิ่นดอกไม้อ่อนๆ หอมไม่ชื่นใจ   หลังจากที่ดื่มชาสนทนากันเสร็จทุกคนก็เดินทางกลับบ้าน ข้าพเจ้าหลับตลอดทางกลับบ้าน แต่ก็คิดว่าถึงแม้ว่าวันนี้จะเหนื่อยเอามากๆ แต่ก็คุ้มจริงๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s