ปิ่นโตไปเรียนชาวันแรก

Standard

สวัสดีค่ะ ข้าพเจ้าชื่อปิ่นโต เป็นนักศึกษาไทยในฟูกูโอกะ เมืองเล็กๆในญี่ปุ่นผู้คนไม่ได้หนาแน่นไม่มีอะไรโดดเด่น  เว้นแต่มีของกินอร่อยราคาถูกกว่าเมืองอื่น ที่แน่ๆอร่อยกว่าของที่โอซากาหลายขุมนัก นี่แหละเป็นปัจจัยให้ข้าพเจ้าเลือกมาอยู่ที่นี่

หอพักเท่ารูหนูที่ปิ่นโตอยู่อาศัยซุกหัว  บังเอิญมีนักเรียนชายไทยมาเช่าห้องชุดขนาดใหญ่สุดในหอมีห้องนอน ห้องนั่งเล่น และครัวแยกกัน  นักเรียนท่านนี้มีรสนิยมวิไลเลิศเลอสรรหาแต่ของกินของใช้ดีๆ แม้แต่ข้าวที่หุงกินแต่ละมื้อ ยังข้าวที่ปลูกในนาแต่ละผืนที่ให้รสเฉพาะตัวเอาไว้หุงกินไม่ให้ต้องกินข้าวซ้ำรสเดิมสองมื้อ เอาเป็นว่าเราเรียกเขาว่าคุณชาย

พอเลียบๆเคียงๆดู ก็รู้ว่าคุณชายไปเข้าเรียนสำนักชาเลยคะยั้นคะยอประจบประแจงยกยอปอปั้น แถมต้องลงทุนคอยเป็นเด็กรับใช้คุณชาย (ที่จริงจะเรียกว่าทาสก็ไม่เกินเลยนัก) จนคุณชายยอมพาไปฝากเรียนด้วยเผื่อจะได้กินได้ทำอะไรที่อร่อยเทพๆกะเขาบ้าง

และแล้วฝันก็เป็นจริงเมื่ออาจารย์สำนักชาเรียกให้ไปที่สำนัก คุณชายบอกเพียงว่าให้ใส่ถุงเท้าขาวไป  ทำให้ออกจะงงๆไม่รู้จะเตรียมตัวยังไงดี เลยคิดซะว่าไปหาทางแก้ปัญหาเอาข้างหน้าแล้วกันเช้าวันแรก จึงทำเพียงแต่งตัวสุภาพให้มากที่สุด กับใส่ถุงเท้าขาวธรรมดาที่ไม่มีรูขาดคู่นึง

เมืองที่อาศัยของปิ่นโตเจ้าค่ะเมืองที่อาศัยของปิ่นโตเจ้าค่ะ

Boost Unavailable

เช้าวันแรกที่ต้องไปสำนักชาคุณชายนำทางไปยังสำนักที่ห่างไปราวชั่ว ๑๕๐ อึดใจ เมื่อถึงสำนักชาที่เป็นบ้านของอาจารย์ด้วย เมื่อประตูเปิดออก กลิ่นประหลาดที่น่าจะเป็นเครื่องหอมก็พุ่งจู่โจมใส่สองรูจมูกบานๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของอาจารย์ซึ่งเป็นชายค่อนข้างชรา อายุคราวมีหลานแล้วผิวค่อนข้างคล้ำ ผมสีเลา ใส่แว่นรีๆ ตัวไม่สูงมากมองด้วยสายตาที่มองไม่ออกเพราะตาอาจารย์เล็กจนมองไม่เห็น  อาจารย์ยิ้มกริ่มต้อนรับบอกให้ไปนั่งรอในห้องชาพร้อมกับคุณชายที่พาข้าพเจ้ามาฝากตัวเป็นศิษย์ใหม่

ข้าพเจ้าถือโอกาสแอบเดินสำรวจรอบบ้านพื้นในบ้านเป็นเสื่อทาทามิเกือบทั้งหมด  เว้นห้องครัวที่เป็นพื้นไม้ห้องชาเป็นห้องที่ถูกดัดแปลงจากห้องในบ้านเมื่อเข้าไปในห้องชาก็เห็นม้วนภาพวาดหมึกแขวนบนผนังในมุมห้องที่ทำเป็นช่องลึกเข้าไปในผนังที่พื้นห้องมีช่องเล็กๆเจาะลงไปเป็นหลุมลึกสำหรับใช้เป็นเตาตั้งหม้อต้มน้ำชงชา ข้างๆเป็นมุมวางอุปกรณ์ชงชาเล็กๆ

ข้าพเจ้าเข้าไปนั่งรอเรียบร้อยในท่าเซสะ(นั่งคุกเข่าเก็บปลายเท้าคล้ายๆท่าเทพธิดา)ใส่กระโปรงยาวเสื้อแขนยาวติดกระดุมทุกเม็ด คุณชายวันนี้ท่านใส่สูทผูกโบไทด์ฉลองรองเท้าหนังสั่งตัดเฉพาะคู่ใหม่  ข้าพเจ้าจ้องอาจารย์ที่เข้ามาในห้องเหมือนจิ้งจกจ้องแมงหวี่ ชุดที่ใสยังกะคนเพิ่งทำสวนมาทำลายภาพคนสวมชุดกิโมโนในมโนของข้าพเจ้าไปเสียสิ้น  เราสามคนต่างก็ค้อมหัวกล่าวคำสวัสดีแก่กันและกัน แล้วอาจารย์มอบของให้ข้าพเจ้าชุดนึง ประกอบด้วย

1.ผ้าสีแดงคิดว่าเป็นผ้าอเนกประสงค์ในพิธีชา และสั่งห้ามซัก!!  ข้าพเจ้าแอบมองของคุณชาย เห็นมีอยู่ผืนนึงแต่เป็นสีม่วงจึงแอบคิดในใจดังๆว่าคุณชายนิยมสีม่วงเกย์หรือนี่ ข้าพเจ้ายังคิดไม่ออกอยู่ดีว่าทำไมต้องห้ามซักต้องไปลองถามคุณชายดูภายหลัง

2. กระดาษอเนกประสงค์ปึกนึง พิมพ์ลายน้ำรูปดอกไม้อยู่ที่มุมกระดาษเอาไว้เช็ดคราบชาที่ขอบถ้วยหลังดื่มเสร็จ และใช้เป็นที่รองขนมหวานที่ทานกับชาห่อด้วยหีบห่อที่สวยงาม

อาจารย์นั่งเซสะเบื้องหน้ามีชามใบนึงกะแปรงทำจากไม้ไผ่ รูปร่างคล้ายแปรงที่ไว้จุ่มสบู่สำหรับทาหน้าโกนหนวดของท่านชาย  แปรงนี้เรียกกันว่า ชาเซ็น ส่วนชามจริงๆควรเรียกว่าถ้วยชาจะถูกกว่าเรียกกันว่า ชาวัง อาจารย์เริ่มเทน้ำร้อนลงในถ้วยชา นำแปรงชาตีในน้ำล้างแปรงแล้วเทน้ำทิ้ง

อาจารย์เทน้ำร้อนลงในถ้วยชาอีกครั้งเพื่อล้างถ้วยอุ้มถ้วยชาด้วยมือสองข้าง เบนและหมุนถ้วย ให้น้ำร้อนกลั้วรอบถ้วย ก่อนเทน้ำออก  ผงมัตจะประมาณ 1.5 ช้อนตักชา  ถูกตักใส่ลงในถ้วย ตามด้วยน้ำร้อนจากหม้อต้ม  แปรงตีชาถูกจุ่มลงในถ้วยแล้วตีชาด้วยความรวดเร็วจนมองตามนิ้วมือไม่เห็น ผงชาสีเขียวสดถูกตีจนกระจายตัวทั่วน้ำร้อน ห่มด้วยชั้นของฟองสีอ่อนที่ดูฟูเบา เหมือนชั้นหมอกที่ลอยอยู่เหนือทะเลสาบมรกต

อาจารย์ยื่นถ้วยชามาให้ตรงหน้าข้าพเจ้าเดาเอาว่าควรโน้มตัวค้อมหัวทำความเคารพชาและอาจารย์แล้วประคองถ้วยขึ้นจากพื้นด้วยมือสองข้างอย่างระมัดระวังแล้วจรดขอบถ้วยกับริมฝีปาก พลันที่ชาสีเขียวสดไหลเข้าปาก   โอ้ว ….. อร่อย   มัตจะดูมันช่างเป็นของอร่อยที่ทำได้ง่ายจัง

ขออวดภาพสมบัติที่อาจารย์ให้มา เลยพบว่าตอนที่แล้วกล่าวถึงแต่กระดาษอเนกประสงค์ กะผ้าแดง ลืมกล่าวถึงพัดไป พัดเป็นของอีกชิ้นที่ข้าพเจ้ารับมาอย่างงงๆ ไม่รู้จะให้ใช้ทำอะไร

 

ขอเข้าเรื่องต่อจากตอนที่แล้วหลังจากที่อาจารย์ชงให้ข้าพเจ้าดื่ม  ข้าพเจ้าและอาจารย์จึงสนทนาวิสาสะทำความรู้จักกัน  อาจารย์บอกแค่นามสกุลตัวเอง(อย่าแปลกใจ คนที่นี่ส่วนใหญ่จะเรียกแต่นามสกุล เช่นชื่อ มานี ยามาดะ ก็จะเรียกคุณยามาดะ) ข้าพเจ้าก็แนะนำตัวกลับ แจ้งสถานะนักศึกษา พร้อมชื่อมหาลัยที่สังกัด

หลังจากข้าพเจ้าและอาจารย์วิสาสะกันพอคุ้นเคย  ข้าพเจ้าก็ถูกยัดด้วยความอึ้ง-ทึ่ง-เงิบจากคำถามของอาจารย์ที่ถามด้วยเสียงราบเรียบว่า”คิดว่าชาคืออะไร”   ความคิดหลากหลายพลันพลุ่งพล่านในหัวชาเป็นอะไรหลายๆอย่าง ชาเป็นเครื่องดื่ม ชาเป็นช่องทางหากำไรของบางคน ชาคืองานศิลป์ของศิลปินบางคนชาคือชีวิตของบางคน ไม่รู้เลยจะตอบอย่างไร ในภวังค์แห่งความสับสน ข้าพเจ้าควานหาคำสั้นๆที่ตอบแล้วดูเท่ๆไม่ได้เลยเนียนบอกอาจารย์ว่า พูดเป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ได้ อาจารย์ก็เออ ออ ไม่เป็นไรแต่คงคิดในใจว่าเจ้านี้ปฏิพานไหวพริบเอาตัวรอดเก่ง

อาจารย์ลงดาบคำถามที่สอง”ทำไมถึงอยากมาเรียน”  ครานี้ข้าพเจ้าเห็นว่าลูกไม้เดิมใช้ซ้ำสองคงดูไม่ดีเป็นแน่แท้  ด้วยความที่ว่าชอบทำอาหารเลยบอกไปว่า”ชอบทำอาหารคะ ทำอาหารญี่ปุ่นไม่เป็นเลยอยากเรียนคะ”อันนี้เพราะแอบสืบทำการบ้านไว้ก่อนแล้วว่าเวลาเรียนชาปกติจะต้องเรียนทำอาหารที่เสิร์ฟในพิธีชาด้วย คำตอบอันนี้ข้าพเจ้าต้องได้แต้มทำคะแนนนำเป็นศิษย์คนโปรดเบียดคุณชายตกอันดับแน่นอน

แล้วอาจารย์ก็ถามต่อว่า”ไม่ชอบอะไร” ข้าพเจ้าตอบได้อย่างทันทีไม่ต้องไตร่ตรองว่า”ดอกไม้คะ !! ” อาจารย์ยิ้มๆเหมือนจะกลั้นหัวเราะ บอกต่อว่า รู้ไหมมาเรียนชา เลือกเรียนอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ ต้องเรียนอาหาร เรียนชงชาเรียนจัดดอกไม้ เรามาเรียนวิถีชา ไม่ว่าจะอะไรก็ต้องรับได้ ไม่ใช่มาทำอาหาร หรือชงชาอย่างเดียว

อาจารย์คงมีความคิดแว๊บเข้ามาในหัวลองหยั่งดูหน่อยเป็นไรว่ามันเชื่องและอดทนพอจะเรียนได้ไหม จึงถามต่อว่า”แล้วนี่จะเรียนชาได้รึ ไม่ชอบดอกไม้”  ดีนะที่ข้าพเจ้าฉลาดพอที่จะตอบให้ไม่เสียโอกาสเรียนรู้จึงตอบว่า”ได้คะ ชาญี่ปุ่นไม่เหม็นดอกไม้มาก (ซึ่งไม่จริงสำหรับเซนชะ)ชาจีนบางตัวไม่ชอบคะ ” (ข้าพเจ้าแอบคิดว่ามาเรียนชาเพื่อละลายพฤติกรรมบางอย่างโดยอาจารย์ต้องละลายแน่ๆในอนาคต)

และแล้วอาจารย์ก็เรียกให้ขยับมานั่งข้างๆดูหน่วยก้านไม้มือ แล้วข้าพเจ้าก็ถูกเสียบด้วยคำถามที่ต้องทึ่งอีกรอบอาจารย์ถามว่า เล่นดนตรีประเภทดีดแบบคล้ายๆโกโตะ (เครื่องดนตรีดีดญี่ปุ่น)ด้วยใช่ไหม ข้าพเจ้าคิดในใจ อาจารย์รู้ได้ไงนอกจากสอนชงชาคงมีอาชีพเสริมหมอดูเป็นแน่แท้ ทั้งที่ไม่เคยบอกว่าข้าพเจ้าเล่นจะเข้แต่พลาดไปนิดที่ไม่ได้ทักว่าข้าพเจ้าเล่นดีเป็นมือหนึ่งไม่มีใครเทียบได้ในเกาะนี้เพราะทั้งเกาะมีข้าพเจ้าเล่นจะเข้คนเดียว  เป็นสุดยอดอาจารย์ตาแหลมคมแม้จะไม่ได้สิบเอ็ดเต็มสิบ ก็คู่ควรที่ข้าพเจ้าจะเรียนด้วยจริงๆ

แล้วความทึ่งก็ถูกเป่าหายไปหลังจากที่อาจารย์บอกให้ข้าพเจ้าชงชาให้ดื่มคิดในใจ … “เอาแล้วไง งานเข้า เอาไงเอากัน ไปตายเอาดาบหน้า”อาจารย์บอกบทกำกับวิธีชงคร่าวๆ แบบ นั่งเซสะ ล้างถ้วย เทน้ำ ตักชา ละลายผงชาตีชา.. ดูไม่มีอะไรพิเศษ ถ้าทำตามที่บอก แต่ตอนที่ยื่นถ้วยชาไปให้อาจารย์ มันตื่นเต้นและประหม่าเหมือนจะโดนสั่งให้คว้านท้องแอบเหลืบมองนิดๆ   ตายแล้ว!!ชาก้อนเบ่อเร่อเลย ไม่ทันแล้ว อาจารย์หยิบถ้วยไปแล้ว ราวสายฟ้าผ่าเปรี้ยงลงกลางหัวอาจารย์ดื่มเข้าไปแล้วก็ทำหน้านิ่งๆ เงียบๆแล้วก็เดินออกไปเพราะภรรยาเรียกให้ออกไปทำธุระข้างนอกกับคุณสุนัข  หรืออาจารย์ทำเนียนไปแอบบ้วนชาข้าพเจ้าทิ้งข้างนอกเพราะกลืนไม่เข้า    อย่างไรก็ดีข้าพเจ้ากับคุณชายก็ต้องทำหน้าที่เฝ้าบ้านแทนคุณสุนัข

ไม่นานนักก็มีคุณลุงสุดหล่อ(นึกถึง Chris Walken ตอนอายุ 45) หน้าตาดูไม่สุข ไม่ทุกข์ ถือกระเป๋าหนังสุดคลาสิก เข้ามาในบ้านอาจารย์ ข้าพเจ้านั่งเซสะทำความเคารพแนะนำตัว คุณลุงหล่อเป็นเจ้าของสวนชา เรียนชาสายสำนักโอริเบะ (ข้าพเจ้ากำลังฝากตัวเรียนในสายสำนักชินจิน)เสร็จแล้วคุณลุงหล่อก็เดินตรงไปที่ม้วนภาพเขียนในห้องชา นั่งเซสะ ทำความเคารพพิจารณาตัวหนังสือบนภาพประหนึ่งโดนสะกดจิตอยู่เป็นเวลานานไม่น่าเชื่อว่าตัวหนังสือแค่นั้นจะสามารถสะกดจิตได้นานขนาดนั้น

เวลาผ่านไปอีกไม่ช้านานอาจารย์ก็กลับมาอาจารย์ คุณลุงหล่อ และคุณชายคุยงานอะไรกันก็ไม่รู้ฟังไม่ค่อยออก ทำได้แค่นั่งขำมุกบางมุกที่ฟังออกและพยักหน้าเหมือนเป็นตุ๊กตาหน้ารถและอีกไม่นานมากอาจารย์ก็ต้องไปทำธุระ ทำให้ข้าพเจ้าต้องกลับบ้านในระหว่างทางกลับบ้าน ข้าพเจ้าเอาแค่คิดถึงคุณลุงหล่อ (ไม่ได้แอบชอบคนแก่คราวพ่อนะ) คุณลุงดูนิ่ง สงบ มากขัดกับความเป็นนักธุรกิจของคุณลุงไปเลย ดูจากคุณลุงแล้ว ทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าเรียนชา ไม่ได้เหมือนเรียนชงกาแฟเปิดร้าน เรียนทำเครื่องดื่มในผับชาเป็นเครื่องดื่มมหัศจรรย์ที่สามารถเปลี่ยนวิถีชีวิตคนให้เข้าสู่ความสุขที่เรียบง่ายความสงบ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายต่อหลายคนปรารถนา คิดต่อว่านี่อาจจะเป็นเหตุผลที่เราต้องทำความเคารพชาก่อนดื่มชาเพราะชาเป็นเหมือนอาจารย์ที่สอนเราให้รู้จักวิถีชีวิตที่เป็นสุขและเรียบง่ายก็เป็นได้

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s