เลือกป้านชามาไว้ใช้ชงชา

Standard

วงนี้มีเพื่อนๆซื้อหาป้านกันเยอะ จึงขอถือโอกาสเขียนเรื่องการเลือกป้านเอาไว้เป็นแนวทางในการซื้อหาป้านสำหรับชงชา ขีดเส้นใต้สองเส้นใต้คำ “สำหรับชงชา” สำหรับท่านที่มีจุดประสงค์ในการซื้อหาป้านที่ไม่ใช่เพื่อชงชาคงจะมีแนวและข้อแนะนำในการซื้อหาต่างออกไป

หมายเหตุไว้เล็กน้อยว่า เขียนขึ้นมาจากประสบการณ์ของตัวเองเอาเท่าที่นึกออก อาจจะไม่รอบคอบ ตกหล่นบ้าง ก็ขอให้ช่วยท้วงติงเผื่อจะได้รวบรวมให้เป็นหลักเป็นฐานต่อไป

 

๑) รูปทรง

ว่ากันเรื่องรูปทรงก่อนรูปทรงเป็นภาพลักษณ์ภายนอกของป้าน ซึ่งเป็นจุดที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุด  โดยทั่วไปก็ลองกวาดตาหาป้านที่มีรูปต้องตาทรงต้องใจก่อนจริงๆมันจะเป็นทรงอะไรก็ได้ไม่ขัดข้อง เมื่อหาได้แล้วให้มองหาปาก ปากของป้านคือรูเปิดที่มีฝาของป้านปิดครอบไว้นั่นเอง ปากของป้านควรกว้างเข้าไว้ จะใส่ใบชาได้ง่ายและแตะกากชาออกได้คล่อง

เมื่อเจอปากของป้านแล้วให้ใช้นิ้วควานเข้าไปในป้านนิ้วของผู้ใช้ควรเข้าถึงได้ทุกซอกมุมเพื่อความสะดวกในการทำความสะอาด ป้านที่ลึกมากจนนิ้วแตะไม่ถึงก้นป้านรูปทรงแฟนซีมากๆ มีปากป้านที่แคบหรือมีร่องหลืบภายในมากๆที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ถ้าจะซื้อต้องคิดก่อนว่าจะเอากากชาที่ก้นป้านออกได้อย่างไร   ถ้าตอบได้ก็ซื้อไว้ใช้ได้ไม่มีข้อขัดข้อง

๒) ขนาด

การเลือกขนาดของป้านมีข้อน่าคิดหลักๆ๓ ข้อ คือ จำนวนคนที่จะดื่ม ปริมาณน้ำชาที่จะดื่ม และราคาใบชา

การชงชาในป้านดินโดยพื้นฐานแล้วจะเลือกใช้ป้านดิน กับจอกชากระเบื้องเนื้อบางสีขาวการวัดขนาดอย่างง่ายๆวัดโดยความจุของป้านเป็นจำนวนจอกโดยเอาน้ำใส่จนเต็มป้านแล้วเทใส่จอกจนเต็ม เทได้กี่จอก ก็คือขนาดของป้านนั่นเองถ้าดื่มกัน ๒ คนก็เลือกป้าน ๒ จอก ถ้าจะดื่มกัน ๔ คนก็ควรเลือกป้านขนาด ๔ จอก

หากจะไม่เลือกขนาดด้วยจำนวนคนดื่มถ้าใช้ชงดื่มเอง ก็ให้ถามตัวเองว่าดื่มชามากน้อยแค่ไหน  ปริมาณที่จะดื่มนั่นแหละคือขนาดของป้านที่ควรเลือก

คำถามต่อมาคือ ราคาใบชามันเกี่ยวกับขนาดป้านด้วยหรือ ป้านที่มีขนาดใหญ่ จะใช้ใบชามาก ส่วนป้านขนาดเล็กก็จะใช้ใบชาน้อย  ถ้าชาราคาสูง เพื่อความประหยัดเบี้ยก็มักจะเลือกใช้ป้านเล็กขนาด๑-๓ จอก

โดยทั่วไปป้านที่ใช้งานง่ายๆก็อยู่ในขนาด ๔-๖ จอก เพราะขนาดใหญ่พอจะใส่ชา จะแคะกากชาก็ทำได้ง่ายจะดื่มคนเดียวก็หมด จะดื่มหลายคนก็แบ่งได้ แต่ถ้าจะเลือกป้านเพื่อชงชาชั้นดีดื่มเอง ขนาด ๔-๖ จอก ก็เป็นขนาดที่ใช้ได้แต่ถ้าจะประหยัดหน่อยก็เลือกป้านที่ย่อมลงมาเป็นขนาด ๑-๓ จอก

๓) ผิวพรรณและกลิ่นกาย

การเลือกป้านไว้ใช้งานให้มองหาป้านที่มีผิวเกลี้ยงเกลา พรรณสะอาด เนื้อจะหยาบจะละเอียดก็ได้ สีผิวจะคล้ำแดง เหลือง ม่วง ก็สุดแต่ความนิยมชมชอบส่วนบุคคล ไม่ควรเลือกป้านที่มีคราบดำ หรือป้านที่ดูเก่ามีดินที่ไม่ใช่เนื้อของป้านจับเกรอะกรังเพราะเราไม่อาจรู้ได้ว่าคราบดำที่ว่าเป็นคราบชาที่เกิดจากการใช้งาน คราบน้ำมันยาขัดเกือก หรืออื่นๆที่เอามาแต่งแต้มเพื่อให้ดูเก่า หรือป้านนั้นผ่านอะไรมาบ้าง สิ่งที่ไม่ทราบเหล่านี้ที่อาจจะทำให้ป้านนั้นไม่เหมาะที่จะใช้ชงชา

กลิ่นกายของป้านอาจเป็นกลิ่นที่จะติดลงไปในน้ำชาที่ชงได้ บอกได้ยากว่ากลิ่นที่ติดป้านจะกำจัดให้หมดไปได้หรือไม่ป้านดินใหม่ที่เผาจนสุกด้วยความร้อนสูงและน้ำไม่ซึมผ่าน จะแทบไม่มีกลิ่นเลยกลิ่นกระดาษฟางหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อป้านที่อาจติดมาบ้าง มักไม่ใช่ปัญหาสามารถกำจัดออกไปได้

หากเลือกป้านใหม่ไร้กลิ่นไม่ได้ ป้านที่จะเลิกไม่ควรมีกลิ่นที่กินไม่ได้เช่น กลิ่นเหม็น กลิ่นน้ำมัน กลิ่นน้ำยาเคมี

๔)ความเหมาะมือ

ป้านเป็นวัตถุที่ถูกหยิบฉวยในระหว่างใช้งาน  เมื่อจะซื้อป้านจึงควรเลือกที่เหมาะกับมือของคนใช้ป้าน

จุดที่ถูกหยิบจับบ่อยในระหว่างการใช้งานคือ จุก และหู  จุดที่ทำเป็นตุ้มกลมๆ บนฝาสำหรับใช้จับยึดหยิบฉวยเพื่อเคลื่อนยายฝา ขอเรียกจุดจับยึดนี้ว่า “จุก”  ส่วนหู คือ ส่วนที่ยื่นจากตัวป้าน ใช้สำหรับหยิบจับตัวป้านขณะใช้งาน ป้องกันไม่ให้มือถูกความร้อนจากตัวป้านลวกมือขณะใช้งาน

จุกที่พบกันดาษดื่นมากที่สุดมักทำเป็นรูปทรงกลม แต่ก็มีที่ทำเป็นห่วง เป็นหูหรือรูปสัตว์  ไม่ว่าจุกจะมีรูปร่างอย่างไรจุกควรติดกับตัวฝาอย่างมั่นคงแข็งแรงไม่เปราะบางแตกหักง่าย

การจับจุกทำได้หลายแบบขึ้นกับขนาด และลักษณะของจุก และความถนัดจุกขนาดเล็กมักใช้วิธีคีบด้วยปลายนิ้ว ๒ หรือ ๓ นิ้ว จุกขนาดใหญ่มักจับด้วยนิ้วหลายนิ้วเพื่อความมั่นคง

การจับจุกขนาดเล็กการจับจุกขนาดเล็กการจับจุกขนาดเล็กการจับจุกขนาดเล็กการจับจุกขนาดใหญ่การจับจุกขนาดใหญ่การจับจุกขนาดใหญ่การจับจุกขนาดใหญ่

การเลือกจุกให้ทดลองจับด้วยการจับที่ถนัดและเหมาะสม  จุกที่ดีคือ จุกที่จับกระชับ ไม่ลื่นหลุดมือ และเมื่อปล่อยก็ไม่ควรเกี่ยวติดมือ ที่มักพบทั่วไปคือ จุกที่หยิบแล้วไม่ติดมือ ลื่นหลุดมือได้ง่าย หากซื้อหามาใช้งาน ไม่นานเราจะมีป้านที่มีแต่ตัวเพราะทำฝาแตกเพราะหลุดมือ

ต่อจากจุกเราจะมาว่ากันเรื่องหู ทำกันหลากหลายรูปทรง หลายขนาด ใหญ่บ้างเล้กบ้าง โดยมากมักจะเป็นห่วงมีรูร้อยนิ้วผ่านได้

สำหรับป้านใบใหญ่จะสามารถร้อยนิ้วผ่านหูได้ จะร้อยนิ้วกลางผ่านหู แล้วคีบหูโดยใช้นิ้วกลาง นิ้วนางกับนิ้วหัวแม่มือ หรือจะร้อยนิ้วชี้ผ่านหู แล้วคีบโดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางกับนิ้วหัวแม่มือก็ได้ แล้วแต่ความถนัด แต่รูหูที่นิ้วร้อยผ่านจะต้องใหญ่พอ เหลือช่องว่างระหว่างนิ้วกับตัวป้านไม่ให้นิ้วถูกป้านลวกขณะใช้งาน

สำหรับป้านใบเล็กหรือป้านที่มีรูหูเล็กเกินกว่าจะร้อยนิ้วผ่าน เราจะจับโดยใช้นิ้วคีบจะเป็นนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้ หรือจะใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วกลางก็ได้การจับีบจะต้องทำได้กระชับมือ ไม่ลื่นหลุดและขณะยกป้านลอยจากพื้นนิ้วที่คีบจะต้องไม่สัมผัสกับตัวป้านที่อาจจะร้อนจัดขณะชงชา

ให้ลองหยิบจับป้านโดยท่าที่ถนัดยกป้านขึ้นจากพื้น แล้ววางป้านลงกับพื้นช้าๆเบาๆ ปล่อยมือ ลองทำซ้ำ ๒-๓ครั้งดูว่าสามารถหยิบจับทำได้คล่องแคล่วเหมาะมือดีหรือไม่

Boost Unavailable

๕) การกักเก็บน้ำ

ป้านที่ใช้งานได้ต้องไม่แตกร้าวรั่ว การทดลองโดยวางป้านบนพื้นราบเติมน้ำลงในป้านจนเต็มเปี่ยม ตั้งไว้สักพักหากน้ำในป้านพร่องลงให้สงสัยไว้ก่อนว่ามีรอยรั่วร้าวที่ใดสักที่

อีกวิธีในการสำรวจหารอยร้าวรั่วคือ เอาป้านลงต้มในน้ำเดือด ถ้ามีจุดร้าวรั่วบริเวณนั้นจะมีฟองอากาศเล็กๆผุดขึ้นเป็นสาย

วิธีตรวจสอบการแตกร้าวที่มักทำกันคือ ใช้ฝาป้านเคาะกับตัวป้านแล้วฟังเสียง  การเคาะที่ใช้จุดเปราะบางเคาะกันอาจทำให้แตกปิ่นได้ จุดเปราะบางเหล่านี้ได้แก่ ลิ้น หรือขอบฝา  มารยาทที่ดีควรขออนุญาตเจ้าของป้านก่อนเคาะเพื่อหยั่งความเต็มใจของเจ้าของป้าน การเคาะป้านนอกจากอาจจะทำให้ป้านแตกปิ่นได้แล้ว ยังไม่สามารถตรวจสอบการรั่วซึมได้แน่นอนบางครั้งป้านที่ร้าวรั่วก็ยังคงมีเสียงใสกังวานดี

๖)การถ่ายเทน้ำ

หน้าที่ของป้านนอกจากจะต้องกักเก็บน้ำได้โดยไม่รั่วแล้วยังต้องถ่ายเทน้ำให้ไหลออกทางพวยได้โดยสะดวก เมื่อเอาน้ำเดือดเติมใส่ป้านจนเต็มปิดฝาและเทน้ำออก

การจับป้านเทให้น้ำไหลออกถ้าป้านขนาดใหญ่ควรจับ ๒ มือ โดยมือหนึ่งจับที่หูอีกมืดให้จับจุกเพื่อประคองไม่ให้ฝาหล่นขณะเทน้ำออกจากป้านในกรณีป้านขนาดเล็กอาจจะจับ ๒ มือเช่นป้านใหญ่หรือถ้าจะจับมือเดียวก็ได้โดยเอานิ้วชี้แตะไว้ที่จุกเพื่อประคองจุกระหว่างเท

การเทน้ำให้ดูว่าสามารถเทน้ำออกจากป้านได้ไหมหากรูอากาศที่ฝาอุดตัน หรือทางเดินน้ำในพวยอุดตัน จะเทน้ำไม่ออก น้ำที่เทออกจากป้านควรจะไหลได้คล่อง และไหลนิ่งเป็นสาย ไม่ติดขัด ไม่เลอะเทะไม่สำลักอากาศ ถ้าป้านที่มีลักษณะดังว่าก็สามารถใช้ชงชาได้แล้ว

ป้านบางใบช่างทำป้านทำฝาทำลิ้นได้สนิทกับตัวป้าน ขณะเทน้ำจะไหลออกเฉพาะทางรูพวยไม่ไหลออกทางปากป้านเลย ป้านที่มีลักษณะเช่นนี้มักมีราคาสูง เป็นงานโชว์ฝีมือเชิงช่าง แต่ไม่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับป้านที่เอาไว้พอชงชาได้

๗) ราคา

จอมยุทธมักแสวงหากระบี่วิเศษคนชงชาก็มักแสวงหาป้านดีๆ ซึ่งนอกจากกระเป๋าหนัก เงินถึงแล้ว ยังต้องมีโชคด้วยจะว่าไปการตามหาป้านคู่ใจสักใบก็เป็นการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น ไม่แพ้การแทงหวยหรือซื้อไวน์ คือ ตอนซื้อเราไม่มีทางรู้มันได้ทุกแง่ทุกมุมจนกว่าจะเอากลับบ้านมาขัดสีฉวีวรรณ ลงมือชงชา และลิ้มชิมรสชาจากป้านนั้น  ถ้าโชคดีก็ได้ป้านวิเศษราคาไม่สูงถ้าโชคร้านก็ได้ป้านใช้การใช้งานไม่ได้แถมด้วยราคากระเป๋าฉีก

ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีมีเงินให้ถลุงเป็นถังๆหรือไม่สิ่งสำคัญที่ควรรู้สำหรับนักชงชามือใหม่ คือ คนที่เริ่มชงชามักจะทำป้านแตกหนึ่งถึงสองใบ การทำป้านแตกเป็นประสบการณ์สำคัญจะว่าจำเป็นก็ไม่ผิด ยิ่งป้านอันเป็นของรักของหวง ก็ราวคำกล่าวในนิยายบู๊ลิ้มว่ากระบี่อยู่คนอยู่ กระบี่หักคนม้วย ตอนป้านแตกหัวใจก็เหมือนพาจะปริร้าวไปด้วย แต่ก็การทำป้านแตกนี่แหละ ทำให้มีความระมัดระวังและความประณีตขึ้นในการหยิบจับใช้สอยป้านมากขึ้น

ป้านใบแรกๆสำหรับนักชงชาจึงควรเป็นป้านที่ราคาไม่สูงเกินไปนัก ใช้งานได้จริง ไม่มีกลิ่นรบกวนชาไม่เป็นป้านเลวเกินกว่าจะใช้ชงชา ทำแตกได้โดยไม่เสียดายสตางค์นักทั้งนี้ที่ร้านดับเบิ้ลด๊อกส์ได้จัดมุมป้านใบแรก โดยเราคัดเลือกป้านที่ราคาไม่สูงนักทุกใบผ่านการคัด ตรวจสอบการรั่วร้าว ทำความสะอาด และพร้อมใช้งานได้ทันทีเพียงท่านมาเลือกสีรูปทรงที่ชอบ และป้านที่เหมาะมือ พร้อมกำเงินมาด้วยจำนวนหนึ่งมาแลกเอาป้านไปและเราก็จะได้เอาเงินท่านออกไปซื้อหาป้านเข้ามาหมุนเวียนให้มีเลือกซื้อหาต่อไป

สิ่งที่ท่านควรได้จากป้านใบแรกนี้คือ การทำความรู้จักคุ้นเคยกับการชงชา รู้จักป้าน และเมื่อใช้งานจนคุ้นกับการชงชาดีแล้วก็คงเป็นเวลาที่ท่านต้องออกสู่โลกกว้างควานหาป้านของตัวเอง

๘)วัสดุ  เขียนเรื่องการเลือกป้านไป ๗ตอนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเขียนแคบไปหน่อยเพราะมุ่งไปที่ป้านเนื้อดินเผาเท่านั้น  ป้านชามีที่ทำด้วยวัสดุอื่นๆ เช่น แก้ว เซรามิกและหิน  ไม่ว่าวัสดุจะเป็นอะไรสิ่งสำคัญคือจะต้องทนน้ำเดือดได้และไม่เป็นอันตรายต่อการใช้บริโภค

ป้านดินเผา  เก็บความร้อนได้ดี ชงชาที่ใช้อุณหภูมิสูง เรื่องทนน้ำเดือดโดยทั่วไปมักไม่ใช่ปัญหา สิ่งที่ควรเอาใจใส่ คือ ความเป็นพิษ โดยเฉพาะจากโลหะหนักซึ่งบอกได้ยากเพราะไม่อาจรู้ว่าช่างทำป้านใส่อะไรผสมลงไปในเนื้อดินบ้าง  วิธีที่พอจะทดสอบได้เอง คือ การตรวจหาโลหะหนักโดยใช้ไข่ขาวมีวิธีดังนี้

(๑) ต้มน้ำให้เดือดส่วนที่หนึ่งเทใส่ป้านดินที่ต้องการทดสอบจนเต็มส่วนหนึ่ง  น้ำเดือดอีกส่วนหนึ่งใส่ถ้วยสะอาดใช้ดื่มน้ำ  ทิ้งน้ำทั้งสองส่วนไว้จนน้ำเย็นถึงอุณหภูมิห้อง

(๒) ต่อยไข่เอาไข่เฉพาะไข่ขาวมา๑ ส่วนผสมน้ำ ๙ ส่วน  แบ่งมาใส่ในหลอดทดลองวิทยาศาสตร์ที่เป็นแก้ว๒ หลอดเท่าๆกัน หลอดละประมาณ ๕-๑๐ มิลลิลิตร (๑-๒ ช้อนชา) ใส่ใน หากไม่มีหลอดทดลองวิทยาศาสตร์ให้ใช้ภาชนะใสเหมือนๆกัน ๒ ชิ้น ภาชนะที่จะใช้ทุกชิ้นควรล้างสะอาดและแห้ง

(๓)ตวงน้ำเดือดที่เย็นแล้วจากป้าน ๒ มิลลิลิตร (ครึ่งช้อนชา)ใส่ลงในหลอดทดลองที่ใส่ไข่ขาวผสมน้ำหลอดหนึ่งและตวงน้ำเดือดที่เย็นแล้วจากถ้วยสะอาด ๒ มิลลิลิตร (ครึ่งช้อนชา)ใส่ลงในหลอดทดลองที่ใส่ไข่ขาวผสมน้ำอีกหลอดหนึ่ง แล้วเขย่าให้ผสมเบาๆ

(๔) น้ำเดือดที่เย็นแล้วจากถ้วยสะอาดไม่ควรมีโลหะหนัก เมื่อรวมกับน้ำผสมไข่ขาวแล้ว ควรจะใสไม่มีการเปลี่ยนแปลง เราใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ  หากน้ำเดือดที่เย็นแล้วจากป้านไม่มีโลหะหนักเมื่อรวมกับน้ำผสมไข่ขาวควรใสเท่าๆกับตัวเปรียบเทียบแต่หากมีโลหะหนักจะไข่ขาวจะจับตัวกันเหมือนไข่ขาวที่ถูกต้มและน้ำจะขุ่นจนสังเกตได้

ป้านแก้ว ในกรณีของป้านที่เป็นแก้วสิ่งสำคัญคือต้องทนน้ำเดือดได้ จะรู้ได้ต่อเมื่อเทน้ำเดือดใส่ในป้านแก้ว  หากใช้เฉพาะชงชาเขียวที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ๘๐องศาเซลเซียส ก็ไม่เป็นที่ต้องกังวลนัก

 

ป้านหิน ที่ใช้งานมักทำจากหินแกรนิตซึ่งทนความร้อนได้ดีไม่มีปัญหาแตกร้าว แต่หากเป็นหินที่มีลักษณะผลึกเป็นแผ่นๆก็อาจจะแตกได้ ต้องอาศัยผู้ชำนาญเรื่องหินช่วยชี้แนะ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s