บันทึกชา: chasen แปรงตีชา

Standard
แปรงตีชาบางอันพริ้วไหว
เหมือนหางปลาหางนกยูงที่โบกในน้ำ
บางอันเหมือนตีนกบตอนเตะเท้า
แปรงบางอันแข็งทื่อ
เหมือนไม้พายตอนจ้วงน้ำ

แหล่งชาญี่ปุ่น

Standard

ญี่ปุ่นสามารถปลูกชา ได้เกือบทั่วประเทศ  แต่แหล่งชาที่รู้จักกันดี คือ Shizuoka, Uji (อยู่ใน Kyoto) และ Sayama (อยู่ใน Saitama) หากเอ่ยถึงชา คนญี่ปุ่นว่ากันว่า สีสวย Shizuoka, กลิ่นดี Uji, เลิศรส Sayama

 

ส่วนแหล่งชา Yame (ใน Fukuoka) เป็นแหล่งชาที่มีกำลังผลิตไม่มาก ประมาณ ๓% ของกำลังผลิตชาในญี่ปุ่น แต่ในระยะหลังชาจากแหล่งนี้ชนะการประกวดหลายครั้ง วัดโดยเฉลี่ยแล้วถือว่าเป็นแหล่งชาที่มีคุณภาพดีที่สุดในญี่ปุ่นขณะนี้

วิวัฒนาการของชาจีน

Standard

ก่อนที่ชาจะกลายมาเป็นเครื่องดื่มที่เตรียมโดยการใช้น้ำร้อนชงลวกใบชาสกัดเอาน้ำชามาดื่มแบบที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ ชาผ่านการเปลี่ยนแปลงมาเป็นระยะเวลายาวนาน

 

ชาจีนในยุคแรกเริ่ม ถูกใช้เป็นยา เริ่มตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฎชัด  แต่ในช่วงราชวงศ์โจว มีการเรียกชาเป็นบรรณาการจากเมืองในเสฉวน ในยุคแรกๆนี้เป็นการใช้แบบง่ายๆใช้ใบชาดิบบ้าง หรือโยนใบชาลงต้มในน้ำเดือด ลักษณะคล้ายซุปผัก

 

ต่อมาชากลายสภาพเป็นเครื่องดื่ม คะเนว่าในราวปลายสมัยฮั่น เมื่อเก็บใบชามาแล้ว จะนำมานึ่่ง บด อัดเป็นก้อน ทำให้แห้ง ร้อยเป็นพวงแล้วบรรจุหีบห่อ  เมื่อจะดื่มจะเอาแผ่นชามาย่างไฟจนแดง บด แร่ง และโปรยลงต้มในน้ำเดือด ปรุงรสด้วย หอม ขิง ฯลฯ

ภาพจำลองการชงชาในยุคถังหาชมได้จาก

http://www.youtube.com/watch?v=MdYnmDigLQk

 

ในยุคถังนี้เองที่ชาจากมณฑลหูหนานของจีน ได้แพร่เข้าไปในทิเบต โดยเจ้าหญิงราชสำนักถัง นำชาไป พร้อมกับการไปแต่งงานกับกษัตริย์ทิเบต ชาทิเบตที่เห็นในปัจจุบันจึงน่าจะเป็นร่องรอยที่ใกล้เคียงกับชาสมัยถังที่พบเห็นได้

 

ต่อเข้ามาในสมัยซ่ง ชาเริ่มเปลี่ยนจากการต้มผงชา เป็นการเติมน้ำร้อนลงบนผฝชาแล้วใช้แปรงตี จนเกิดฟอง  ร่องรอยของชายุคนี้ดูได้จาก การเตรียมชาป่นโดยการตีผงชาป่นกับน้ำร้อนในเกาหลี และญี่ปุ่น

ภาพจำลองการชงชาในยุคซ่ง

http://v.26vv.cn/s_sp_d_sina_d-d/v/b/76685731-2762195952.html

 

พอเข้ายุคหยวน ชาอัดก้อนก็เสื่อมความนิยมไป ใช้เป็นชาใบแบบที่ใช้น้ำร้อนลวกชงใบชาแบบในปัจจุบัน

บันทึกชา

Standard

ชาบางชนิด บางตัว โดยเฉพาะชาเขียวมัตจะ กินแล้วจะเสาะท้อง จึงต้องกินกับข้าวหรือขนมเพื่อป้องกันไม่ให้เสาะท้อง แต่สำหรับผมแล้ว ถ้าเป็นชาฝูเอ่อ (ชั้นดี) ที่มีอายุ ๕๐-๖๐ ปี จะไม่มีฤทธิ์ทำให้เสาะท้องเลย และผมชอบที่กินชานั้นโดดๆ โดยไม่มีขนมหรือผลไม้ เพื่อที่ผมจะได้ชื่นชมกลิ่นรสของตัวชาแท้ๆ

 

Hsiang-chou Yo, อาจารย์ชงชา ไต้หวัน

บันทึกชา

Standard

ผมเชื่อว่า คนแถบยูนาน เป็นชนชาติแรกๆที่ดื่มชา เริ่มดื่มชาเป็นก่อนชาวฮั่นเสียด้วยซ้ำ อาจจะถอยย้อนไปได้ถึง ๕,๐๐๐ ปี  คนที่นั่นดื่มชาโดยปิชาก้อน ใส่ลงน้ำร้อนที่ต้มในภาชนะดินเผา และต้มอยู่อย่างนั้นราว ๓๐ นาที ซึ่งเป็นวิธีการเตรียมชาฝูเอ่อที่เหมาะสม

Hsiang-chou Yo, อาจารย์ชงชา ไต้หวัน

การเก็บรักษาใบชา

Standard

พอเข้าเดือนเมษายนชาช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เก็บเกี่ยวไป ก็คงจะทยอยปรากฏตัวในตลาดให้ได้เลือกซื้อกันเมื่อได้ชาดีๆกันมาแล้วก็ต้องมีวิธีเก็บรักษาใบชาที่ดีเพื่อถนอมคุณภาพอันได้แก่กลิ่นรสของชาให้มีอายุอยู่ได้นาน  ชามีสมบัติสามารถดูดซับกลิ่นได้ดี  กลิ่นและรสของชาจะเปลี่ยนไปได้หากถูกอากาศ ความร้อนแสงแดด และความชื้น ดังนั้นการเก็บรักษาชาจึงต้องอาศัยภาชนะปิดสนิทป้องกันไม่ให้ชาสัมผัสกับกลิ่นอื่นๆที่ไม่พึงประสงค์ ภายในภาชนะควรแห้ง ป้องกันแสงและเก็บในที่เลี่ยงจากความร้อนและถูกแดด

หวังว่าทุกท่านจะมีชาดีดื่ม และเก็บชาไว้ดี่ๆ จะได้มีชาดีดื่มไปนานๆจ๊า