ดัดจริตกินแบบอังกฤษ

Standard

ไหนๆก็มีโอกาสเจอนักเรียนอังกฤษแล้ว อีกทั้งได้ลองตามหาอาหารอังกฤษที่มีชื่อเลื่องลือไปทั่วโลกในแง่อาหารยอดแย่แห่งโลก  เรื่องมีอยู่ว่าทำไมอาหารอังกฤษถึงได้รสชาติแย่ปานนั้น

 

ลองสืบสาวประวัติศาสตร์ดูจะเห็นว่า อังกฤษถูกยึดครองโดย วิลเลี่ยมผู้พิชิต (William the Conqueror ในชื่ออังกฤษ หรือ Guillaume le Conquérant ในภาษาฝรั่งเศส) ราว คศ. ๑๐๖๖  การข้ามน้ำข้ามทะเลมาครอบครองอังกฤษโดยกษัตริย์นอร์มันจากฝั่งภาคพื้น  ได้นำความเปลี่ยนแปลงมาสู่อังกฤษอย่างใหญ่หลวงโดยทั้งในแง่การเมืองการปกครอง ศาสนา วัฒนธรรม และภาษา   ยังผลให้ต่อมา ภาษาฝรั่งเศสมีฐานะเป็นภาษาในราชสำนัก คำศัพท์มากมายของฝรั่งเศสตกค้างในภาษาอังกฤษ ราวกับศัพท์เขมรในไทย เช่น คำว่า beef, pork และอื่นๆอีกมากมาย

 

คำถาม  ทำไมกษัตริย์ที่ข้ามฟากมาจากฝั่งภาคพื้นทวีปที่มีชื่อเสียงด้านอาหารรสเลิศ และนำความเปลี่ยนแปลงมากมายมาสู่อังกฤษพร้อมกับกองทัพและการยึดครอง กลับสร้างชื่อเสียงด้านอาหารยอดแย่แก่อังกฤษ

 

คำตอบ เพราะวิลเลี่ยม ลืมเอาพ่อครัวฝรั่งเศสมาด้วยในกองทัพ

 

ข้างบนนั่นเป็นคำถามคำตอบขำๆ อย่าไปจริงจังอะไรมาก  เพราะในช่วง คศ. ๑๐๐๐ เองทางฝั่งฝรั่งเศสก็ยังไม่ได้มีวัฒนธรรมทางด้านการกินอะไรมากนัก  เพิ่งจะมาใส่ใจจริงจังให้ความสำคัญการกินเอาเมื่อได้รับอิทธิพลจากอิตาลีผ่านพวกตระกูลเมดิซี่ ที่แต่งงานเข้าในราชสำนักฝรั่งเศสในช่วงหลังจากนั้นอีกนานโข

 

ส่วนในทางฝั่งอังกฤษน่าสนใจไม่น้อย เรื่องการกิน อังกฤษไม่ได้สนใจการกินที่รสชาติ แต่ใช้การกินเป็นเครื่องมือในการแบ่งชนชั้น ให้รู้ว่าเป็นใครในสังคม มีรากเหง้าสาแหรกเป็นคนชั้นเดียวกับเหล่าชนชั้นสูงพวกเดียวกัน หรือเป็นพวกต่างชั้นต่ำวรรณะ ราวกับพระเวทย์ในสังคมอินเดีย ที่มีเพียงคนในวรรณะพราหมณ์เท่านั้นที่อนุญาตให้เรียนพระเวทย์ได้ จึงบอกได้ทันทีว่าคนไหนไม่ใช่พราหมณ์หากไม่รู้พระเวทย์ เป็นการกีดกันและป้องกันไม่ให้คนเหล่าอื่นเข้ามาเกลือกกลั้ว ฉันใดก็ฉนนั้น แบบแผนพฤติกรรมในการกินที่ถูกกำหนดไว้ จึงเป็นเครื่องมือให้สังเกตได้ว่า ใครได้รับการศึกษาเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่เป็นอภิชนด้วยกัน  สามัญชนที่อยู่วงนอกออกไป ไม่ได้รับการบอกเล่าให้รู้แบบแผนที่ถูกต้องของการกิน จักเผยความเป็นสามัญชนออกมาให้เห็นในพฤติกรรมการกินระหว่างสมโภชน์ (symposion รากของคำ symposium ที่แปลว่า ร่วมกินดื่ม) นั้นเอง

 

และด้วยพฤติกรรมการกินที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจำแนกชนชั้น  แบบแผนพฤติกรรมที่ถูกกำหนดไว้ จึงต้องไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งเราเรียกได้ว่า “ดัดจริต”

 

ภาพที่๑ภาพที่๑ภาพที่๒ภาพที่๒ภาพที่๓ภาพที่๓ภาพที่๔ภาพที่๔ภาพที่๕ภาพที่๕การดัดจริตกินอย่างอภิชนอังกฤษ ที่กินด้วยส้อมและมีด มีกฎเกณฑ์หลายอย่าง เช่น การกำหนดให้ถืส้องมือซ้าย และมีดมือขวา การกินที่ต้องหนีบแขนไม่กางศอก (อนุญาตให้กางศอกได้ เมื่อยื่นมือไปจับแก้วไวน์) การกินจากส้อมในอาการที่ต้องคว่ำส้อมตอนส่งอาหารเข้าปากเท่านั้น (ห้ามหงายส้อม)  อาการเหล่านี้ล้วนไม่ธรรมชาติ และชวนให้สงสัยว่าทำได้อย่างไร เมื่อมีโอกาสพบนักเรียนอังกฤษที่คลุกคลีกกับอภิชนในการสมโภชน์ จึงต้องขอให้แสดงอาการดัดจริตอย่างอังกฤษให้ได้ชมกัน

 

การกินอาหารโดยคว่ำส้อม มีประเด็นเทคนิคสำคัญ คือ จะทำให้อาหารเกาะอยู่หลังส้อมได้อย่างไร จึงได้ให้นักเรียนอังกฤษแสดงการทำให้อาหารเกาะส้อมให้ดู

 

สำหรับถั่ว ให้เอาส้อมจิ้มลงบนจาน และใช้มีดกวาดถั่วเข้าหาส้อม และกดบี้ถั่วให้แหลกติดส้อม (ภาพที่๑) เมื่อยกส้อมขึ้นถั่วจะเกาะหลังส้อม (ภาพที่๒) และจึงยกส้อมเข้าปาก (ห้ามอมส้อมลึกเข้าไปทั้งคัน)  ในทำนองเดียวกับเนื้อสับที่แสดงการกดให้เนื้อสับติดหลังส้อม (ภาพที่๔) และป้อนเข้าปาก (ภาพที่๕)

 

หวังว่าคงจะเพลิดเพลินไปกับการลองเล่นดัดจริตกินแบบอังกฤษกันอย่างถ้วนทั่ว